New Toyota กับเทคโนโลยี่ใหม่กับToyota New Prius

New Toyota กับเทคโนโลยี่ใหม่กับToyota New Prius

นี่คือทีเด็ดของ Toyota Prius เจนเนอเรชั่นที่ 3 ของรถยนต์ลูกผสม เครื่องยนต์เบนซินบวกมอเตอร์ไฟฟ้า กับการปฏิวัติรูปแบบของการขับขี่ในอนาคตบนถนนของเมืองไทย...
รถ Prius เวอร์ชั่นที่ 3 ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดนี้ ถูกวางขายในยุโรปและอเมริกามาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2009 แล้ว การที่มันเป็นรถยนต์เครื่องยนต์ลูกผสมแบบ Hybrid ที่วางจำหน่ายเป็นโมเดลแรกสุดบนโลกแห่งยนตกรรมทำให้มันกลายเป็นรถยนต์ที่ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์พลังงานและการลดการปลดปล่อยมลภาวะ บนเส้นทางที่มีการต่อสู้แข่งขันกันอย่างรุนแรงในอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ รถ Toyota Prius ตั้งแต่โมเดลแรกสุดจนถึงรุ่นใหม่ล่าสุดที่กำลังทำตลาดอยู่ในเมืองไทยต้องใช้เวลานานหลายปี กว่าจะได้รับการยอมรับทั้งจากสื่อสารมวลชนสายรถยนต์และผู้ที่นิยมใช้รถยนต์ประหยัดพลังงานแบบ Hybrid ซึ่งการผลิต Prius ในโมเดลแรกนั้น บริษัท Toyota ต้องแบกรับภาระการขาดทุนทั้งค่าวิจัย ค่าโฆษณารวมถึงราคาที่สูงมากของแบตเตอร์รีในยุคแรกสุดที่ Prius เริ่มออกทดลองวิ่งจนกระทั่งวางขาย
Toyota New Prius 2010 ปัจจุบันนี้รถ Prius รุ่นล่าสุดสามารถทำกำไรให้กับค่ายสามห่วงจากยอดการผลิตต่อปีที่ 280,000 คัน ช่วงเวลาที่ผ่านมาทั้งหมด 12 ปีตั้งแต่โมเดลแรกสุดจนถึงปัจจุบัน บริษัท Toyota ทำการขายเจ้า Prius ไปแล้วกว่า 1.2 ล้านคัน ด้วยความเชี่ยวชาญในการสร้างรถยนต์เครื่องยนต์ลูกผสมเบนซิน-มอเตอร์ไฟฟ้า หลังจากเปิดตัวในเมืองไทยไปเมื่อเร็วๆนี้ กระแสตอบรับในเรื่องของราคาและสมรรถนะที่โดนใจแฟนๆค่ายนี้ไปแบบเต็มๆทำให้มันล้ำหน้าค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากเยอรมันที่ยังไม่สามารถไล่ตาม Toyota ได้ทันจากการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานแบบ Hybrid ความชำนาญที่เกิดจากการตั้งใจพัฒนาและค้นคว้าระบบเครื่องยนต์ลูกผสมเชื้อเพลิง-มอเตอร์ไฟฟ้าของบริษัท Toyota มีมานานกว่า 20 ปีแล้ว ในรถรุ่นล่าสุดอย่าง Prius เวอร์ชั่นที่ 3 นี้ คือการผสมผสานกันทั้งระบบปั่นไฟฟ้ากลับหรือ Regenerative Braking การสลับไปใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแทนเครื่องยนต์ในบางช่วงที่รอบเครื่องไม่สูงมากนัก วิศวกรของ Toyota พยายามคิดค้นให้ระบบทั้งหมดทำงานร่วมกันจนได้ประสิทธิภาพสูงสุดโดยไม่เพียงแค่นำเอามอเตอร์ไฟฟ้าพลังสูงไปติดไว้กับเครื่องยนต์เท่านั้น เครื่องยนต์ของรถ Prius ยังเป็นเครื่องยนต์ที่มีเทคโนโลยีแบบ Atkinson Cycle ซึ่งโดดเด่นในเรื่องของอัตราเผาไหม้ที่มีการขยายตัวที่สูงหรือ High Expansion เพื่อทำให้จังหวะอัดของเครื่องยนต์มีช่วงเวลาที่สั้นกว่าจังหวะของการระเบิด

วิศวกรในแผนกเครื่องยนต์ของค่ายสามห่วงทำการคิดค้นเครื่องยนต์ที่มีระบบการทำงานในอัตราส่วนของกำลังอัดที่เพิ่มขึ้นตามด้วยแรงม้ากับแรงบิดที่สูงขึ้นแต่มีปริมาตรความจุลดลงทำให้มีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลง เครื่องยนต์ชนิดนี้มีจังหวะการทำงานของกระบอกสูบด้วยการออกแบบให้ลูกสูบที่อยู่ในตำแหน่งอัดสามารถเลื่อนจากจุดต่ำสุดของกระบอกสูบขึ้นสู่จุดสูงสุด ด้วยระยะที่สั้นลงกว่าเดิมด้วยการทำงานที่สั้นลงเครื่องยนต์จึงสามารถสร้างกำลังจากจังหวะอัดที่มีความต่อเนื่องไปยังจังหวะระเบิดได้เร็วขึ้น เครื่องยนต์ดังกล่าวเรียกว่า Atkinson Cycle ซึ่งแผนกค้นคว้าและวิจัยเครื่องยนต์ของ Toyota พยายามต่อยอดระบบการทำงานแบบเดิมๆของเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิ์ภาพมากขึ้นด้วยการพัฒนาให้ช่วงชักขึ้นของลูกสูบสั้นลงด้วยการเพิ่มกลไกระหว่างก้านสูบกับเพลาข้อเหวี่ยง ผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราส่วนกำลังอัดเพิ่มขึ้นตามมาด้วยตัวแปรในค่าของแรงม้ากับแรงบิดที่สูงขึ้น หลังจากทดสอบจนมั่นใจในระบบการทำงานที่ดีขึ้นทั้งในเรื่องของอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ลดลง ความแข็งแกร่งทนทานของลูกสูบในกระบอกสูบดีเทียบเท่าเครื่องยนต์แบบปกติรวมถึงแรงบิดที่เพิ่มขึ้นทำให้เครื่องยนต์เบนซินแบบ Atkinson Cycle ถูกวางลงไปในรถ Toyota New Prius เพื่อทำงานประสานไปกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้าโดยมุ่งเน้นไปที่การประหยัดเชื้อเพลิง

การจะทำเช่นนั้นได้ เครื่องยนต์จะปิดวาล์วไอดีช้ากว่าปกติในจังหวะอัด ทำให้ส่วนผสมของอากาศและน้ำมันในบางส่วนถูกดันย้อนกลับมาที่ท่อไอดี แม้จังหวะอัดจะไม่เต็มที่นักแต่ในจังหวะระเบิดจะมีการเผาไหม้และให้กำลังเหมือนปกติทุกอย่าง จุดประสงค์เพื่อทำให้แรงดันภายในกระบอกสูบเท่ากับความดันของบรรยากาศภายนอกเมื่อจังหวะระเบิดสิ้นสุดลง เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำมันทุกอณูที่เข้าสู่ห้องเผาไหม้ถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังงานอย่างหมดจด ในเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะทั่วๆไป แรงดันส่วนหนึ่งจะถูกขับออกไปตามวาล์วของระบบไอดีและไอเสียทำให้เสียพลังงานไปโดยไม่จำเป็น ระบบ Atkinson Cycle จะทำให้เครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงทุกหยดอย่างคุ้มค่า แต่มันมีการตอบสนองไม่ดีเท่าเครื่องยนต์ทั่วไป ดังนั้นมันจึงถูกจับคู่กันกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้แรงบิดสูงเพื่อชดเชยด้านอัตราเร่ง เมื่อทั้งสองระบบทำงานพร้อมกันก็จะได้ทั้งปริมาณการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ลดลงและอัตราเร่งที่ดีขึ้น เจ้า Prius ใหม่นี้วิศวกรของ Toyota นำเอาเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตรจากรถรุ่นอื่นมาพัฒนาต่อยอด แรงบิดที่เพิ่มขึ้นทำให้มันมีอัตราเร่งที่นิ่มนวลมากโดยไม่ต้องคิกดาวน์แต่อย่างใดทั้งสิ้น หน่วยควบคุมพลังงานระบบ Direct Cooling ใหม่ช่วยทำให้หม้อแปลงเล็กลงและมีน้ำหนักที่เบาลง รวมถึง Power Split Device (PSD) มีชุดเฟืองเกียร์แบ่งกำลังซึ่งเฟืองตัวกลางจะถูกขับโดยสตาร์ทเตอร์และไดชาร์จ เฟืองตัวรองขับโดยเครื่องยนต์และเฟืองวงแหวนรอบนอกขับโดยมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่ส่งกำลังไปยังล้อขับเคลื่อนคู่หน้าอีกด้วย

Nickel Metal Hydride In Prius Power Split Device (PSD) ซึ่งใช้ชุดเฟืองเกียร์ทดเพื่อแบ่งกำลังระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่มีการเพิ่มชุดเฟืองเกียร์เข้ามาเสริมอีกหนึ่งชุดนั้นเพื่อช่วยในการผ่อนภาระการหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้า ตัวมอเตอร์เองถูกออกแบบให้มีขนาดที่เล็กลงและใช้ชิ้นส่วนภายในที่มีน้ำหนักเบาเพื่อทำให่้มีแรงต้านการหมุนน้อยที่สุด หม้อแปลงไฟฟ้าที่มีความร้อนสูงในระหว่างการทำงานจะระบายความร้อนด้วยระบบ Direct Cooling ดังที่กล่าวมาแล้ว มันใช้แผ่นระบายความร้อนเป็นแผ่นโลหะขนาดใหญ่ ตัวหม้อแปลงเองก็มีความเบากว่าของรถรุ่นเก่าถึง 1 ใน 3 บริษัท Toyota ยังคงใช้แบตเตอร์รีแบบ Nickel Metal Hydride และไม่ยอมปรับเปลี่ยนไปใช้แบตเตอร์รีแบบ Lithium-Ion เหมือนกับค่ายรถอื่นๆเนื่องจากมันสามารถรองรับสภาพอากาศที่แตกต่างกันแบบสุดข้ัวได้ดีเท่าๆกับแบตเตอร์รีแบบ Lithium-Ion ที่มีราคาสูงกว่า แบตเตอร์รีของเจ้า Prius ใหม่นี้มีขนาด-น้ำหนักและการให้กำลังไฟที่ดีขึ้นด้วยระบบระบายความร้อน จึงให้กำลังได้มากถึง 27 กิโลวัตต์ มากขึ้นกว่าเดิม 2 วัตต์

Toyota New Prius 2010 การใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นความคิดที่มีมานานแล้วในแผนกเครื่องยนต์ของบริษัท Toyota ผู้อำนวยการแผนกวิจัยระบบขับเคลื่อนของค่ายสามห่วง Gerald Kilman กล่าวว่า การลดปริมาตรความจุของกระบอกสูบเพื่อทำให้เครื่องยนต์กินน้ำมันน้อยลงเป็นวิถีทางของค่ายรถยนต์ทั่วๆไป แต่บริษัท Toyota เลือกวิธีที่จะประหยัดเชื้อเพลิงด้วยการใช้เครื่องยนต์ระบบ  Atkinson Cycle แทน การที่รถ Prius มีแรงบิดที่สูงขึ้นทำให้สามารถลดรอบเครื่องยนต์ในระหว่างการเดินทางลงได้ถึง 300 รอบต่อนาทีเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์รุ่นเดิม ลดภาระของเครื่องยนต์และลดการใช้พลังงานได้เป็นอย่างดี ไม่่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบนวิกฤตการณ์ของพลังงานในครั้งนี้ รถ Prius คือเทคโนโลยีใหม่ในการขับเคลื่อนบนถนนของเมืองไทยที่ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจากวิศวกรของ Toyota และมันเหมาะสมมากกับการใช้งานในการเคลื่อนที่เดินทางในขณะที่ราคาของเชื้อเพลิงพุ่งทะยานอย่างไม่หยุดยั้ง.
ที่มา thairath

โตโยต้าเจียด8,000ล้านเพิ่มกำลังการผลิต"วีโก้-ฟอร์จูนเนอร์"

“โตโยต้า” ประกาศเพิ่มเงินลงทุนอีก 8,000 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตรถยนต์ที่โรงงานบ้านโพธิ์ และเครื่องยนต์ดีเซล ภายใต้โครงการ ไอเอ็มวี
เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า โตโยต้าจะขยายกำลังการผลิตรถกระบะ และรถอเนกประสงค์ในโครงการ IMV ที่โรงงานประกอบรถยนต์ โตโยต้า บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทั่วโลก พร้อมกันนี้ บริษัท สยาม โตโยต้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (STM) จะขยายกำลังการผลิตเครื่องยนต์ดีเซลในโครงการ IMV จาก 220,000 เครื่องเป็น 330,000 เครื่องต่อปี รวมมูลค่าการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในครั้งนี้จำนวนทั้งสิ้น 8,000 ล้านบาท

“จากการตอบรับอย่างดียิ่งของลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่มีต่อรถกระบะ ไฮลักซ์ วีโก้ และ รถอเนกประสงค์ ฟอร์จูนเนอร์ ภายใต้โครงการ ไอเอ็มวี ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมา แสดงถึงความไว้วางใจของลูกค้าทั่วโลกที่มีต่อรถรุ่นสำคัญดังกล่าว ในขณะที่ความต้องการของลูกค้ามีแนวโน้มขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จึงได้วางแผนเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานประกอบรถยนต์บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา จาก 140,000 คัน ในปัจจุบัน เพิ่มขึ้นเป็น 220,000 คันต่อปี โดยจะเริ่มขยายกำลังการผลิตในเดือนสิงหาคม 2554 เป็นต้นไป”
สำหรับโรงงานประกอบรถยนต์ โตโยต้าบ้านโพธิ์ ตั้งอยู่ที่ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เริ่มดำเนินการผลิตในปี พ.ศ.2550 ปัจจุบันเป็นโรงงานประกอบรถยนต์ที่ทันสมัยที่สุด ของเครือข่ายการผลิตรถยนต์ โตโยต้าในประเทศไทย และยังเป็นต้นแบบของโรงงานแห่งความยั่งยืน (Sustainable plant) การขยายกำลังการผลิตในครั้งนี้ส่งผลให้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มีกำลังการผลิตรวม(สำโรง,เกตเวย์)ทั้งสิ้น 650,000 คันต่อปี

อนึ่งโครงการ ไอเอ็มวี (IMV)มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Innovative International Multi-purpose Vehicle” ปัจจุบันทำการผลิตอยู่ใน 11 ประเทศในภูมิภาค เอเชีย อเมริกาใต้ และแอฟริกาใต้ มีจำหน่ายอยู่ใน 140 ประเทศทั่วโลก โดยมีประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญที่สุดและสามารถทำสถิติการส่งออกครบ 1 ล้านคันไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Toyota Etios มีแผนมาไทย เดาใจบริษัทฯ ส่ง Etios Liva เบียด BRIO และ March?

ต่อจากข่าวการเปิดตัว Toyota Etios Liva รถแฮทช์แบ็คขนาดเล็ก 5 ประตู ที่มีคุณสมบัติตรงตามสเปคอีโคคาร์เมืองไทยที่จะเริ่มจำหน่ายในเดือนเมษายนที่ประเทศอินเดีย ดูเหมือนว่า Toyota มีแนวโน้มในการส่ง Etios เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยตามแผนในการเจาะตลาดประเทศเศรษฐกิจใหม่อย่างจีน บราซิล ไทย และประเทศแถบอเมริกาใต้ ซึ่งในการเปิดตัว Etios ในวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ประธานของบริษัท Toyota นาย Akio Toyoda เผยว่าอินเดียเป็นตลาดใหญ่ที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทฯโดยรวมในเชิงกลยุทธ์ และการเปิดตัว Etios ไม่เพียงแต่เป็นย่างก้าวที่สำคัญในอินเดียเท่านั้น แต่ถือว่าเป็นย่างก้าวที่สำคัญของบริษัทฯในการเจาะตลาดโลกด้วยรถในเซกเมนต์นี้ด้วยเช่นกัน
ทาง Toyota ได้ทำการทดสอบ Etios ในสภาพถนนต่างๆทั่วอินเดียเป็นระยะทางรวมหลายแสนกิโลเมตร เพื่อให้มั่นใจว่ารถรุ่นนี้สามารถรองรับการใช้งานได้ในทุกสภาพทั่วโลก โดยตัวรถมีความยาว 4.265 เมตร มีปริมาตรความจุสัมภาระที่ 595 ลิตร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ DOHC 16 วาล์ว 1.5 ลิตร ผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด โดยมี 4 รุ่นให้เลือกคือ J, G, V และ VX ในราคาเริ่มต้ที่ 4.96 แสนรูปีไปจนถึง 6.86 รูปี
ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่าน Toyota ทำยอดขายรวมที่ประเทศอินเดียจนถึงเดือนตุลาคมที่ 60,000 คัน ถือว่ายังห่างเจ้าตลาดอย่าง Marutti Suzuki ที่ขายไปแล้วถึง 870,000 คัน
การที่ Toyota มีแผนในการส่ง Etios เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า Etios Liva จะเป็นตัวเลือกแรกเพราะมีคุณสมบัติตรงตามสเปคอีโคาร์ด้วยเครื่องยนต์ขนาดความจุกระบอกสูบ 1,200 ซีซี ประกอบกับการที่ Nissan March ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ยอดขายที่ผ่านมา 10 เดือนที่จำนวน 25,000 คัน เป็นตลาดใหญ่สำหรับอีโคคาร์แฮทช์แบ็คเกินกว่าที่ Toyota จะนิ่งเฉยได้ และการปล่อยให้ Honda BRIO เข้ามาแบ่งเค้กทางการตลาดด้วย ยิ่งต้องทำให้ Toyota ต้องรีบทำอะไรเร็วกว่าที่คิดไว้ ฉะนั้นถ้าเป็นไปตามแผนของ Toyota เราน่าจะได้เห็นการเปิดตัว Etios Liva ในกลางปีหน้าเป็นอย่างเร็ว?!

ที่มา: Toyota,autospinn

Toyota เตรียมส่ง Etios Liva สกัด Honda BRIO และ Nissan March ที่เมืองไทยปีหน้า?!

Honda BRIO เพิ่งเปิดตัวรถอีโคคาร์ต้นแบบในเมืองไทยไปเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่สวรรค์ก็ส่ง Toyota Etios Liva มาเตรียมสกัดดาวรุ่งอย่าง BRIO ที่อินเดีย และมีสิทธิ์เตะตัดขาดาวจรัสแสงที่เมืองไทยอย่าง Nissan March ที่ทำยอดขายไปแล้วทั้งสิ้น 25,000 คัน แม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยการทำตลาดในประเทศไทยในขณะนี้ แต่ชัดเจนแล้วว่า Toyota พร้อมจำหน่าย Etios Liva อีโคคาร์ทรงแฮทช์ที่ประเทศอินเดียในเดือนเมษายนปีหน้าตามการรายงานข่าวจาก briothai.com

จากรายงานของนิตยสาร Autocar India เผยว่า Toyota ได้ตั้งชื่อซับแบรนด์หรือชื่อรุ่นย่อยของ Etios แล้วซึ่งก็คือ Liva เพื่อสร้างความแตกต่างให้ชัดเจนระหว่าง Etios Sedan และ Hatchback และจากแผนเดิมที่เตรียมจะเปิดตัว Etios Sedan ในวันที่ 1 ธันวาคมที่บังกาลอร์แต่เปลี่ยนแผนเดินหน้าเปิดตัวทั้ง Etios และ Etios Liva ซึ่งในตลาดอินเดีย Toyota หวังที่จะส่ง Etios ทั้งสองเวอร์ชั่นในการเข้าห่ำหั่นคู่ต่อสู้สำคัญอย่าง Suzuki Swift และ Dzire และแน่นอนว่าเล็งผลในการสู้รบปรบมือกับคู่แข่งตัวฉกาจที่กำลังจะกำเนิดขึ้นในปีหน้านั่นก็คือ Honda BRIO
Toyota จะเปิดตัว Etios Liva ที่มีขุมพลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร กำลังสูงสุด 80 แรงม้า และด้วยน้ำหนักตัวเพียง 890 กิโลกรัมทำให้ Liva จะเป็นรถที่ประหยัดน้ำมันสุดๆและเบาที่สุดอีกรุ่นหนึ่งในตลาด โดย Toyota ให้ความมั่นใจว่าภายในห้องโดยสารมีพื้นที่ๆรองรับผู้โดยสาร 5 คนได้อย่างสบายแม้ว่าจะเป็นรถขนาดเล็กมากก็ตามด้วยการออกแบบให้มีพื้นที่วางขาด้านหลังที่กว้างขวางเป็นพิเศษซึ่งถือว่าเป็นรถที่มีพื้นที่จุภายในกว้างขวางมากที่สุดรุ่นหนึ่งในรถระดับเดียวกัน
Toyota มีแผนที่จะออกรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับ Etios และ Etios Liva หลังจากนี้อีกไม่กี่เดือน โดยเครื่องยนต์ดีเซลจะเป็นเครื่องยนต์ที่ได้รับการดัดแปลงมาจากเครื่องยนต์ดีเซล VGT 1.4 ลิตรที่เพิ่งใช้กับ Corolla Altis รุ่นใหม่ล่าสุด แต่สำหรับ Etios จะไม่มีการใช้เทคโนโลยี VGT เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตสำหรับรถขนาดจิ๋วรุ่นนี้ได้ และการมีเครื่องยนต์ทางเลือกเป็นเครื่องยนต์ดีเซลจะช่วยทำให้ Toyota สามารถทำเป้ายอดขาย Etios ที่ 70,000 คัน/ปีได้ง่ายขึ้นมาก
สำหรับ Toyota Etios เวอร์ชั่นซีดานนั้น ในช่วงแรกจะมีขุมพลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน ความจุกระบอกสูบ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 90 แรงม้า PS แรงบิดสูงสุด 140 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด น้ำหนักรวมของรถอยู่ที่ 930 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นรถซีดานที่เบาที่สุดรุ่นหนึ่งในประเทศอินเดีย มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ 17.6 กิโลเมตร/ลิตร ในขณะที่ถังน้ำมันมีความจุ 45 ลิตร ทำให้ซีดานจิ๋วรุ่นนี้มีระยะทางทำการ 700 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันเต็มถัง

ที่ประเทศอินเดีย Etios จะมีจำหน่ายใน 4 รุ่นย่อยคือ J, G, V และ VX ใน 6 สีให้เลือก คือ สีเงิน Symphony Silver, สีเบจ Harmony Beige, สีเงิน Serene Bluish Silver, สีแดง Vermilion Red, สำดำ Celestial Black และสีขาว โดยจะใช้ภายในสีดำสำหรับรุ่น J และ G สีดำ-เทาสำหรับรุ่น V และสีดำ-แดงสำหรับรุ่น VX ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุด
สำหรับราคา Toyota Etios เวอร์ชั่นซีดานที่จำหน่ายในประเทศอินเดียมีดังนี้(1 รูปีเท่ากับ 0.75 บาท)

Etios J 496,000 รูปี
Etios G 546,000 รูปี
Etios G + ABS, EBD 596,000 รูปี
Etios V + ABS, EBD 641,000 รูปี
Etios VX + ABS, EBD 686,000 รูปี
กลับมามองการทำตลาดรถรุ่นนี้ในเมืองไทย ตามที่ AutoSpinn ได้เคยรายงานไป 2-3 ครั้งแล้วว่า Toyota กำลังอยู่ในช่วงของการตัดสินใจว่าจะพยายามรักษาภาพลักษณ์และตำแหน่งทางการตลาดที่จะขายรถที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม หรือยอมลงมาเล่นตลาดล่างด้วยการตัดราคา แต่อย่างที่ผู้บริหารระดับสูงของ Toyota ในต่างประเทศเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า บริษัทฯจะไม่เล่นสงครามราคาอย่างแน่นอนแต่จะเน้นการบริการหลังการขายมากกว่า แต่เมื่อดูราคาของ Etios Sedan แล้วก็ต้องบอกว่าราคาไม่ต่างไปจาก Nissan March ในเมืองไทยเลย ซึ่งเป็นไปได้ว่า Toyota กำลังใช้อินเดียในการทดสอบตลาดว่าการขาย Etios จะส่งผลกระทบในด้านใดบ้าง ซึ่งถ้าผลออกมาเป็นที่พอใจก็น่าจะมีการขยับตัวของ Toyota ในรถเซกเมนต์นี้ในเมืองไทยแน่นอน เพราะพี่ใหญ่คงไม่ปล่อยให้ Honda และ Nissan หรืออีโคคาร์จากค่ายอื่นๆที่เตรียมชักธงรบในเมืองไทยกวาดเงินก้อนใหญ่ไปต่อหน้าต่อตาโดยที่ไม่ทำอะไรเลย ซึ่งสถานะตอนนี้ของ Toyota คือพร้อมรบในตลาดอีโคคาร์แล้ว เพียงแต่จะกดปุ่มเปิดงานในเมืองไทยเมื่อไรเท่านั้นเอง เพราะทุกอย่างพร้อมแล้ว!

รายละเอียดทางเทคนิคของ Toyota Etios เวอร์ชั่นซีดานมีดังนี้

ENGINE

Engine Capacity : 1.5 litres (1496 cc)
No of Cylinders : 4
Power : 88.7 bhp @ 5600 rpm
Torque : 132 Nm @ 3000 rpm
Mileage : 17.46 kmpl* as per ARAI
Tank Capacity : 45 litres

DIMENSIONS

Length : 4265 mm
Width : 1695 mm
Height : 1490 mm
Weight : 930 kg
Boot Space : 595 litres
Ground Clearance 170 mm
Wheels : 15 inch
Tyres : 185/60
Turning Radius : 4.9 meters

SUSPENSION

Front Suspension Independent McPherson Strut
Rear Suspension Non independent Torsion Beam
BRAKING
ABS and EBD as options
ENTERTAINMENT
DVD Audio System with AUX & USB
SAFETY
Dual Air bags
Safety Collision Absorbing Body
Side Impact Beams
Crumple Zone

ที่มา: briothai.com ,autospinn

New Toyota Yaris รุ่นปี 2012 โมเดลเชนจ์ต้อนรับปีใหม่ เผยโฉม 22 ธันวาคมนี้

Toyota Motor Corp. ได้ประกาศวันเผยโฉม All-New Yaris/Vitz หรือโมเดลเชนจ์ของปี 2012 ออกมาแล้วคือวันที่ 22 ธันวาคมที่จะถึงนี้ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยในเว็บไซต์ได้แสดงภาพบางส่วนและรายละเอียดออกมาให้ลุ้นกัน แม้ว่า AutoSpinn ได้เคยนำภาพหลุดแบบเต็มๆมาให้ชมไปแล้วก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม Toyota ยังไม่เปิดเผยถึงการเปิดตัวในตลาดอื่นๆรวมถึงประเทศไทย โดยคาดว่า All-New Yaris รุ่นใหม่นี้จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลกในต้นปีหน้า
ขุมพลังของ New Yaris ที่จะจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นรุ่นนี้เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตรที่มาพร้อมระบบ SMART Stop โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ 26.5 ลิตร/100 กิโลเมตร 26.5 กิโลเมตร/ลิตร ในขณะที่อัตราการคายไอพิษอยู่ที่ 88 กรัม/กิโลเมตร ถือว่าเป็นรถที่ประหยัดน้ำมันมากที่สุดรุ่นหนึ่งของบริษัทฯ เห็นเครื่องยนต์เล็กๆแบบนี้หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นอีโคคาร์จากค่าย Toyota ซึ่งบอกได้เลยว่า Toyota ไม่แต่ต้องชื่อรุ่นให้กระทบตลาดตัวเองแน่นอน แต่จะมีรุ่นเฉพาะออกมาต่อกรกับ Honda BRIO และ Nissan March รวมถึงรถจิ๋วจากค่้ายอื่นๆโดยเฉพาะ ซึ่งเมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมา Toyota ได้ข้อสรุปแล้วว่าจะมีการเปิดตัวอีโคคาร์แฮทช์แบ็คในเดือนเมษายนปีหน้า ส่วนรายละเอียดโปรดติดตามได้จากข่าวต่อๆไปครับ
ที่มา: Toyota,autospinn

New Toyota Prius รถไฮบริดสุดร้อนแรง ในงานMotor Expo 2010

New Toyota Prius รถไฮบริดสุดร้อนแรง ในงานMotor Expo 2010 สร้างกระแสท้ายปีต้อนรับปีใหม่ Toyota Prius เป็นรถอีกหนึ่งรุ่นที่ไม่ควรพลาดในการเข้าชมในงาน Motor Expo 2010 แม้ว่ารูปลักษณ์อาจจะไม่โดดเด่นเหมือนรถยนต์ใหม่มาแรงอย่าง Chevrolet Cruze หรือราคาถูกล่อใจเหมือน Honda BRIO แต่การที่เป็นรถไฮบริดในราคา 1 ล้านต้นๆทำให้ Prius เป็นรถที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาจนติดอันดับรถยอดนิยมในรอบเดือนของ AutoSpinn เลยทีเดียว เราเลยขอนำภาพรถไฮบริดที่ผลิตในไทยรุ่นนี้มาให้ชมเพื่อให้การนำเสนอข่าวงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้สมบูรณ์มากขึ้น
New Toyota Prius รถไฮบริดสุดร้อนแรง ในงานMotor Expo 2010

New Toyota Prius รถไฮบริดสุดร้อนแรง ในงานMotor Expo 2010
ที่มา autospinn

รายการบล็อกของฉัน