Toyota เตรียมเรียกคืน Lexus LS ทั่วโลก รวม 11,500 คัน พบปัญหาระบบพวงมาลัย

Toyota เตรียมเรียกคืน Lexus LS ทั่วโลก รวม 11,500 คัน พบปัญหาระบบพวงมาลัยToyota Motor Corp ยังไม่สิ้นกรรม วันนี้ประกาศเตรียมการเรียก Lexus ตระกูล LS ทุกรุ่นคืน รวมกว่า 11,500 คันทั่วโลก เนื่องจากพบปัญหาของระบบควบคุมพวงมาลัย โดยรุ่นที่คาดว่าจะเรียกคืนมีดังนี้ LS460, LS460L รวมถึงรถไฮบริด LS600h และ LS600hL ที่มีการติดตั้งระบบ Variable Gear Ratio Steering (VGRS) โดยในจำนวน 11,500 คัน มีจำนวนที่ต้องเรียกคืนในสหรัฐอเมริกา 3,800 คัน ในญี่ปุ่น 4,500 คัน และเพียง 40 คันในสหราชอาณาจักร ส่วนใครที่ใช้อยู่ในเมืองไทยก็ควรติดต่อตัวแทนจำหน่ายโดยด่วนครับ
ปัญหาของพวงมาลัยที่ว่าก็คือ หลังจากการเลี้ยวแล้ว พวงมาลัยไม่กลับมายังตำแหน่งเดิมเร็วพอซึ่งเกิดจากปัญหาทางด้านกลไกและโปรแกรม คือมีปัญหาทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์เลยงานนี้ นั่นหมายความว่าเมื่อรถเข้าสู่ทางตรงแต่พวงมาลัยยังไม่กลับเข้ามาสู่ตำแหน่งเริ่มต้น ทำให้รถอาจจะแล่นไปในทิศทางที่ไม่พึงประสงค์
ไม่รู้ว่างานนี้จบแล้ว จะมีอะไรต่อมาอีก เป็นปีที่เหนื่อยมากๆอีกปีหนึ่งของ Toyota หลังจากที่เพิ่งก้าวขึ้นแท่นผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 1 ของโลกไปไม่นานนัก

ที่มา: BusinessWeek , www.autospinn.com

โตโยต้าแถลงกรณีย้ายไลน์ผลิตวีโก้-ฟอร์จูนเนอร์

โตโยต้าแถลงกรณีย้ายไลน์ผลิตวีโก้-ฟอร์จูนเนอร์
โตโยต้า แจงกรณีย้ายไลน์ผลิต ปิกอัพ “วีโก้” และ พีพีวี “ฟอร์จูนเนอร์” จากโรงงาน TAW สำโรง ไปบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เผยเป็นการพัฒนาศักยภาพการผลิต รองรับตลาดในประเทศและส่งออก
วีโก้ ดับเบิ้ลแค็บ


จากกรณีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โตโยต้าเตรียมปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไทยออโตเวิร์กส (TAW) สำโรง สมุทรปราการ(อ่านข่าวย้อนหลังโตโยต้าประกาศปิดโรงงานผลิตรถที่สำโรง เหตุยอดส่งออกตก) ล่าสุด โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย (TMT) ออกแถลงการณ์ด่วน โดย วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส เปิดเผยว่า บริษัทฯ จะทำการย้ายไลน์การผลิตรถอเนกประสงค์จาก บริษัท ไทยออโต้เวิร์ค จำกัด ไปยัง โรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิต ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม ศกนี้ เป็นต้นไป

“จากการตอบรับอย่างดียิ่งของลูกค้าที่มีต่อรถอเนกประสงค์ ฟอร์จูนเนอร์ และรถกระบะ ไฮลักซ์ วีโก้ แบบ 4 ประตู ทำให้โตโยต้าตัดสินใจย้ายไลน์การผลิตจากโรงงานปัจจุบัน ไปยังโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญสำหรับรถกระบะ และรถอเนกประสงค์ในในโครงการ IMV โดยโรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานใหม่ล่าสุดของเครือข่ายโรงงานโตโยต้าในประเทศไทย เริ่มทำการผลิตครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2550 โดยทำการผลิตเพื่อการส่งออกไปยัง 114 ประเทศ ทั่วโลก การย้ายสายการผลิตในครั้งนี้เป็นการพัฒนาศักยภาพการผลิต เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าทั้งตลาดภายในประเทศ และตลาดต่างประเทศ โดยจะเริ่มต้นทำการผลิต ณ ไลน์การผลิตแห่งใหม่ ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม ศกนี้ เป็นต้นไป”

นายวุฒิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโรงงานประกอบรถยนต์ ไทยออโต้เวิร์ค เป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท โตโยต้า ออโต้บอดี้ ประเทศญี่ปุ่น และ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จากการย้ายฐานการผลิตในครั้งนี้ จะเป็นการบริหารงานโดย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เพียงบริษัทเดียว และจะมีการเพิ่มกำลังการผลิต จาก 1 กะ เป็น 2 กะ อีกด้วย


ที่มาโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Toyota Corolla : ปรับโฉมครั้งใหญ่อีกรอบ


Toyota Corolla : ปรับโฉมครั้งใหญ่อีกรอบ
สำหรับแฟนๆ ของโตโยต้า โคโรลล่า อัลติสในบ้านเราที่กำลังเฝ้ารอการกระตุ้นตลาดระลอกใหม่ในสไตล์ไมเนอร์เชนจ์ตามอายุตลาด คราวนี้ได้เห็นแล้วว่าเมื่อปรับโฉมไปแล้วจะมีหน้าตาถูกใจกันหรือไม่และอย่างไร โดยตลาดยุโรป โตโยต้าจะส่งรุ่นปรับโฉม หรือไมเนอร์เชนจ์ของโคโรลล่าลงขายในเดือนพฤษภาคมนี้แล้ว ส่วนบ้านเราคาดว่าหน้าตาก็คงจะไม่หนีไปจากนี้เท่าไร เพราะว่าอัลติสที่ขายอยู่ก็เป็นเวอร์ชันเดียวกับที่ขายในตลาดสหรัฐอเมริกา

โคโรลล่าที่ขายอยู่ในตลาดเป็นเจนเนอเรชันที่ 10 ของคอมแพ็กต์ซีดานรุ่นนี้และมีการแบ่งออกเป็น 2 รูปลักษณ์หลักเหมือนกับที่ผ่านมา คือ เวอร์ชันสำหรับขาย?๊ญี่ปุ่น และเวอร์ชันตลาดโลกที่มีขายในตลาดหลักอย่างยุโรป, สหรัฐอเมริกา และไทย โดยญี่ปุ่นเปิดตัวขายก่อนเป็นแห่งแรกช่วงปลายปี 2006 และจากนั้นช่วงปี 2007 โตโยต้านำเวอร์ชันตลาดโลกออกลุยตลาดยุโรป ขณะที่บ้านเราต้องรอจนถึงต้นปี 2008

เมื่อดูจากภายนอกแล้วจะเห็นความแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้กับการปรับโฉมอย่างชัดเจน เพราะมีการเปลี่ยนแปลงหลายส่วน เรียกว่าชิ้นส่วนหลักๆ ของรูปลักษณ์ด้านหน้าใช้ร่วมกันรุ่นเดิมไม่ได้เลย โดยเฉพาะรายละเอียดของกระจังหน้าและกันชนหน้าซึ่งเดินตามรอยแนวทางการออกแบบที่คล้ายกับการปรับโฉมของพี่ใหญ่อย่างโตโยต้า คัมรี่ ลายกระจังยังเป็นแบบซี่เหมือนเดิม แต่เป็นซี่แบบมีโค้งเว้าไปตามรอยกรอบของโลโก้ของโตโยต้าบนกระจัง และกันชนหน้าออกแบบลวดลายให้ดูสวยและสปอร์ตขึ้นกว่าเดิม

เช่นเดียวกับไฟหน้ามีการออกแบบใหม่ ซึ่งแม้ว่ารูปทรงของชุดโคมโดยรวมจะดูคล้ายกับของเดิม แต่ทว่าลายเส้นขอบขอบด้านล่างที่ติดกับกันชนหน้ามีการเล่นโค้งและมุมหักที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับการเปลี่ยนล้อแม็กเป็นแบบลาย 5 ก้านทรงสปอร์ต

น่าจะเรียกว่าเป็นการปรับโฉมที่ลงทุนเอาเรื่อง เพราะด้านท้ายของโคโรลล่าใหม่ก็มีการปรับปรุงขนานใหญ่เช่นกัน เริ่มจากไฟท้ายซึ่งยังแบ่งเป็นแบบ 2 ส่วนเหมือนเดิม ส่วนที่อยู่ในฝากระโปรงหลังยังเป็นทรงเดิม แต่ปรับเปลี่ยนรายละเอียดของบนเลนส์ของชุดไฟใหม่ ส่วนไฟท้ายอีกส่วนที่อยู่บนตัวถังมีการออกแบบใหม่หมด เช่นเดียวกับกันชนท้าย โดยขนาดของชุดไฟท้ายมีลักษณะแคบลง ซึ่งดูได้จากขอบล่างที่อยู่สูงกว่าขอบล่างของชุดไฟบนฝากระโปรงหลัง แทนที่จะเสมอกันเหมือนกับรุ่นก่อนปรับโฉม เช่นเดียวกับการเปลี่ยนลายขอบเลนส์ไฟท้ายใหม่

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะคาดหวังว่าภายในน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะว่ารายละเอียดหลักๆ ยังเหมือนเดิม จะมีก็แค่พวงมาลัยเปลี่ยนใหม่ให้ดูสปอร์ตและกระชับมือขึ้น เช่นเดียวกับของใหม่อย่างกระจกมองหลังแบบ Gentex ซึ่งนอกจากจะมีช่วยลดการสะท้อนของแสงไฟจากรถยนต์ที่ตามมาด้านหลังแล้ว เมื่อเขาเกียร์ถอยหลัง กระจกมองหลังจะกลายเป็นมอนิเตอร์ขนาด 3.3 นิ้วสำหรับแสดงภาพที่ถูกส่งมาจากทางกล้องด้านท้ายรถ เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกในการถอยจอด อีกทั้งยังให้ความสะดวกสบายด้วยฝากระโปรงหลังที่สามารถสั่งเปิดได้จากรีโมทของตัวรถ

รุ่นนี้เป็นสเปกที่ขายยุโรป แน่นอนว่าเครื่องยนต์มีความแตกต่างจากบ้านเรา ซึ่งโตโยต้าจะรุกตลาดด้วยทางเลือกที่หลากหลาย เช่น เครื่องยนต์เบนซิน 1,330 ซีซีแบบ Dual VVT-I บล็อกใหม่ มีกำลัง 99 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 15.2 กก.-ม. ที่ 3,800 รอบต่อนาที ซึ่งจะมีการติดตั้งระบบ Start&Stop ที่สามารถดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อจอดติดอยู่กับที่เหมือนกับรถยนต์ไฮบริด ทำให้การคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงมาอยู่ที่ 133 กรัม

ตามด้วยรุ่น 1,600 ซีซี แบบ Valvematic กำลังสูงสุด 132 แรงม้า ที่ 6,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 20.9 กก.-ม. ที่ 1,800-2,800 รอบต่อนาที ขณะที่รุ่นเทอร์โบดีเซลแบบ D-4D มีทั้งความจุ 1,400 ซีซี 90 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 15.2 กก.-ม. ที่ 3,800 รอบต่อนาที และ 2,000 ซีซี 177 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 40.7 กก.-ม. ที่ 2,000-2,800 รอบต่อนาที โดยทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และมีเกียร์กึ่งอัตโนมัติแบบ Multi-Mode มีขายเฉพาะรุ่น 1,400 ซีซีเท่านั้น ส่วนเกียร์อัตโนมัติไม่ได้ระบุว่าจะมีขายด้วยหรือไม่

ในยุโรปจะเริ่มขายแล้ว จากนั้นก็คงมีการทยอยปรับโฉมกันเรื่อยๆ ส่วนบ้านเราคงต้องรอดูต่อไป เพราะอัลติสที่ขายอยู่เปิดตัวล่าช้ากว่าตลาดแห่งอื่นๆ เหมือนกัน ซึ่งถ้าเป็นไปตามลำดับของตลาดแล้ว ก็คงจะเปิดตัวประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมปี 2011 เป็นอย่างช้าที่สุด เพราะโตโยต้าชอบเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ช่วงเวลานี้เสียด้วย

ที่มา โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

Toyota Corolla Altis ไมเนอร์เชนจ์ เวอร์ชั่นยุโรป ปี 2010 ปรับนอกเปลี่ยนใน ใส่ใจคุณภาพมากขึ้น


Toyota Corolla Altis ไมเนอร์เชนจ์ เวอร์ชั่นยุโรป ปี 2010 ปรับนอกเปลี่ยนใน ใส่ใจคุณภาพมากขึ้น
Toyota ได้เปิดตัว Corolla (Altis) เวอร์ชั่นยุโรป รุ่นไม่เนอร์เชนจ์ของปีนี้ ที่มีการปรับเปลี่ยนทั้งภายในและภายนอกซึ่งเน้นในเรื่องของคุณภาพให้มากขึ้นจากการเปิดเผยของบริษัทฯ โดยภายนอก Corolla รุ่นปี 2010 นี้ ได้ัรับการออกแบบด้านหน้าทั้งหมดทั้งกระจังหน้าบนและล่าง กันชน รวมถึงไฟหน้าที่มีการออกแบบใหม่เช่นกัน ในขณะที่ด้านหลัง ชุดไฟท้ายและกันชนก็มีการออกแบบใหม่ด้วย ครอบกระจกข้างมีการติดตั้งไฟเลี้ยว ส่วนล้ออัลลอยก็ใช้แบบใหม่ตามระเบียบ

ภายในมีการเปลี่ยนแปลงหลักๆตรงที่มีการใช้วัสดุสีเงินตกแต่งแผงหน้าปัด คอนโซลกลาง ที่จับประตู รวมถึงที่แผงสวิทช์ข้างประตู การอัพเกรดในส่วนอื่นๆที่น่าสนใจได้แก่ การเพิ่มฟังค์ชั่นรีโมทคอนโทรลปิดเปิดฝากระโปรงหลัง เบาะนั่งผ้าแบบใหม่ โดยมีชุดหุ้มเบาะด้วยอัลคันทาร่าให้เลือกด้วย

Toyota Corolla รุ่นนี้ใช้ระบบขับเคลื่อนเป็นเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง Dual VVT-i 1.33 ลิตร และ 1.6 ลิตร Valvematic ในขณะที้่เครื่องยนต์ดีเซลเป็นเครื่อง D-4D 1.4 และ 2.0 ลิตรครับ
ที่มา: Toyota,www.autospinn.com

Toyota Corolla Altis ไมเนอร์เชนจ์ เวอร์ชั่นยุโรป ปี 2010 ปรับนอกเปลี่ยนใน ใส่ใจคุณภาพมากขึ้น9.3103
Tagged as: 2010 Toyota Corolla Altis, Corolla Altis, toyota, Toyota Corolla Altis, Toyota Corolla Altis 2010, Toyota Corolla Altis european, อัลติส, โคโรลล่า อัลติส, โตโยต้า อัลติส

ภาพชุด Toyota Hilux แต่งพิเศษ ลุยภูเขาไฟ Eyjafallajökull ก่อนรอดตายหวุดหวิด


ภาพชุด Toyota Hilux แต่งพิเศษ ลุยภูเขาไฟ Eyjafallajökull ก่อนรอดตายหวุดหวิด
ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่บุกไปยังภูเขาไฟ Eyjafallajökull ในประเทศไอซ์แลนด์โดยใช้ Toyota Hilux ได้เก็บภาพสวยๆไว้ก่อนที่ภูเขาไฟจะระเบิดในอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นในวันพุธที่ผ่านมาจนทำให้เกิดฝุ่นคลุ้งกระจายไปในบรรยกาศที่ระดับความสูงกว่า 30,000 ฟุต จนทำให้การเดินทางโดยเครื่องบินเป็นอัมพาตทั่วยุโรปมาจนถึงวันนี้ ถือว่าเป็นการเดินทางเพื่อการวิจัยที่ทีมงานเกือบจะเอาชีวิตมาทิ้งพร้อมกับรถปิกอัพคันเท่ทั้ง 2 คันนี้

Toyota Hilux ที่ได้บุกตะลุยไปยังภูเขาไฟดังกล่าวได้รับการตกแต่งพิเศษโดยใช้เหล็กการ์ดกันชน ชุดไฟเพิ่มเติม เครื่องกว้านสำหรับฉุดลาก และโดยเฉพาะล้อขนาด 38 นิ้วแรงดันต่ำ ที่เสริมพิเศษมาเพื่อภารกิจนี้ที่ต้องบอกว่าภาพถ่ายนี้หาดูได้ยากในรอบหลายปีครับ

ที่มา www.autospinn.com


Tagged as: 2010 Toyota Hilux, Eyjafallajökull, Hilux, toyota, Toyota Hilux, รถกระบะ Toyota Hilux, โตโยต้า, โตโยต้า ไฮลักซ์, โตโยต้า ไฮลักซ์ 2010, ไฮลักซ์

Scion iQ ใหม่ ปี 2011 โคลนนิ่งเจาะตลาดอเมริกาจาก Toyota เปิดตัวที่ New York Auto Show


Scion iQ ใหม่ ปี 2011 โคลนนิ่งเจาะตลาดอเมริกาจาก Toyota เปิดตัวที่ New York Auto Show
วันนี้ Toyota ได้เปิดตัว iQ รถขนาดจิ๋วสำหรับตลาดอเมริกาภายใต้ชื่อแบรนด์ Scion ในงาน New York Auto Show ถือว่าเป็นรถยนต์นั่งที่เล็กที่สุดของบริษัทที่เคยทำตลาดในอเมริกาเหนือ ซึ่ง Scion iQ รุ่นนี้มีรูปลักษณ์เหมือนกันกับ Toyota iQ ทุกอย่าง ยกเว้นในส่วนของไฟหน้า-ไฟท้ายที่ใช้โคมดำ และกันชนหน้าที่ได้รับออกแบบใหม่เท่านั้น Scion iQ มีความยาวทั้งสิ้นเพียง 120.1 นิ้ว สั้นกว่า Toyota Yaris ถึง 30 นิ้วหรือประมาณ 1 ฟุต ส่วนความกว้างอยู่ที่ 66.1 นิ้ว และมีฐานล้อยาว 78.7 นิ้ว

Scion iQ มีให้เลือกเฉพาะเวอร์ชั่น Hatchback 3 ประตู มีระบบขับเคลื่อนเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ 1.3 ลิตร ให้กำลัง 90 แรงม้า ใช้ระบบเกียร์แบบแปรผันต่อเนื่อง CVT โดย Toyota เผยว่า Scion iQ จะมีอัตราการใช้น้ำมันโดยรวมที่ 30 ไมล์/แกลลอน

อุปกรณ์มาตรฐานของ Scion iQ ได้แก่ ถุงลมนิรภัย SRS 10 จุด ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง 6 ตัวพร้อม USB port และช่องต่อเชื่อมอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ส่วนระบบความปลอดภัยได้แก่ ระบบควบคุมความเสถียรของตัวรถ VSC ระบบป้องกันการล็อคล้อ ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรค EBD ระบบช่วยเบรค BA และระบบควบคุมแรงฉุด TRAC
Scion iQ จะเริ่มมีจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาในต้นปี 2011 โดยจะมีการเปิดเผยราคาในช่วงนั้นครับ

ที่มา: Toyota/Scion [www.autospinn.com]


Tagged as: 2010 new york auto show, 2011 Scion iQ, iq, motor show 2010, new york auto show, Scion, Scion iQ, มอเตอร์ดชว์ 2010, มอเตอร์โชว์, รถยนต์ 3 ประตู

รายการบล็อกของฉัน